IEAT Daily Executive News Briefing
Report Date: 21 กันยายน 2569 เวลา 13:54 น.
ภาพรวม
สภาพแวดล้อมความเสี่ยงอุตสาหกรรมของไทยถูกกำหนดโดยความปั่นป่วนเชิงภูมิรัฐศาสตร์ด้านพลังงานและการขนส่งทางทะเลพร้อมกัน ความกดดันต่อการวางแผนระบบไฟฟ้าจาก data centers และ AI รวมถึงการเปลี่ยนโครงสร้างการผลิตสู่ EV, electronics, semiconductor, battery และ supply chains ที่เกี่ยวกับ AI
ความกังวลเร่งด่วนที่สุดคือการส่งผ่านต้นทุนจากจุดตึงเครียด Russia–Ukraine, Russia–NATO, Iran–US และ Saudi–Houthis ผ่านราคาน้ำมัน, LNG, ค่าระวาง, เบี้ยประกัน และห่วงโซ่อุปทานที่เชื่อมกับยุโรป พร้อมกันนั้น PDP 2026 กลายเป็นประเด็นหลักด้านความสามารถในการแข่งขันอุตสาหกรรมเมื่อไทยต้องพิจารณาว่าจะผูกพันกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่เท่าใด ขณะที่ความต้องการในอนาคตจาก data center, AI workloads และ advanced manufacturing ยังคงไม่แน่นอน
ในเชิงโอกาส การปรับ MPI (Manufacturing Production Index) ของไทยเพื่อรวมสินค้าในกลุ่ม EV, PCB, semiconductor, battery และ supply-chain ที่เกี่ยวกับ AI สะท้อนว่ากิจกรรมโรงงานใหม่มีความสำคัญต่อภาพรวมการผลิตของประเทศ นโยบายโซลาร์บนหลังคาก็ก่อความต้องการอุปกรณ์ clean-energy ขนาดใหญ่ แต่การพึ่งพาการนำเข้าจากจีนยังสูงมาก เน้นย้ำความจำเป็นในการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานในประเทศและการเตรียมความพร้อมด้านการรีไซเคิลแผงโซลาร์ในอนาคต
ประเด็นหลัก 1
ความตึงเครียดหลายจุดกดดันต้นทุนพลังงาน LNG ค่าขนส่งและต้นทุนอุตสาหกรรม
การประเมินเชิงยุทธศาสตร์:
การบานปลายพร้อมกันของ Russia–Ukraine, Russia–NATO, Iran–US และ Saudi–Houthis เพิ่มความน่าจะเป็นของช็อกด้านต้นทุนพลังงานและการเดินเรือ มากกว่าการขาดแคลนเชิงกายภาพทันที ช่องทางการส่งผ่านหลักต่อภาคอุตสาหกรรมไทยได้แก่ ความผันผวนของน้ำมันและดีเซล การเปิดรับความเสี่ยง LNG ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ค่าระวางและเบี้ยประกันผ่านทะเลแดง/Bab el-Mandeb และความเสี่ยงต่อเครื่องจักร ชิ้นส่วน และความต้องการที่เชื่อมกับยุโรปหากความตึงเครียดระหว่าง Russia–NATO ทวีความรุนแรง
สัญญาณสำคัญจากข่าว:
- สี่จุดปะทุพร้อมกันยังคงอยู่ในสถานะเคลื่อนไหว: การบานปลาย Russia–Ukraine รวมทั้งการใช้โดรนระยะไกลและรายงานการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของรัสเซีย; เหตุการณ์ทางอากาศ โดรน และแบบผสมผสานระหว่าง Russia–NATO; ความกดดันทางทหาร Iran–US พร้อมช่องทางการทูตในช่วงการประชุมสมัชชาใหญ่ UN; และการบานปลาย Saudi–Houthis ที่เกี่ยวข้องกับขีปนาวุธและโดรน
- ผู้อำนวยการกองทัพของ NATO พบกันที่โคเปนเฮเกนเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2026 โดยให้ความสนใจเรื่องความพร้อมและการยับยั้งตาม Eastern Flank รวมถึงโปแลนด์และรัฐบอลติก
- สหรัฐอเมริกาออกคำเตือนการเดินทางไปตะวันออกกลางขณะความตึงเครียดที่เกี่ยวกับอิหร่านยังสูง
- ราคาน้ำมันปรับลดเมื่อผู้ค้าระบุความเป็นไปได้ของการทูตกับอิหร่าน แสดงว่าตลาดน้ำมันยังไวต่อสัญญาณการเจรจาเกี่ยวกับอิหร่านและช่องแคบฮอร์มุซ
- Bab el-Mandeb/ทะเลแดง และช่องแคบฮอร์มุซ ยังคงเป็นจุดที่ต้องจับตาสำหรับการเดินเรือ Asia–Europe, LNG, น้ำมัน ค่าระวาง และเบี้ยประกัน
- การบานปลาย Russia–Ukraine ยังสะท้อนผ่านรายงานการโจมตีด้วยโดรนที่มุ่งเป้าไปยังมอสโกในวันสุดท้ายของการเลือกตั้งรัสเซีย
ผลกระทบต่อ กนอ.:
- ผู้เช่าที่ใช้พลังงานมากอาจเผชิญความผันผวนของต้นทุนเชื้อเพลิง ไฟฟ้า และโลจิสติกส์ แม้ไม่มีการหยุดชะงักด้านการส่งมอบโดยตรง
- ความเสี่ยงจาก LNG มีความสำคัญต่อระบบไฟฟ้าไทยและแนวโน้มต้นทุนไฟฟ้าอุตสาหกรรม โดยเฉพาะขณะที่ก๊าซยังเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า
- ค่าระวางและเบี้ยประกันที่สูงขึ้นอาจกระทบ estate ที่มุ่งเน้นการส่งออก โดยเฉพาะภาคยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร และผู้ผลิตสินค้ากึ่งสำเร็จรูป
- การหยุดชะงักยาวนานในยุโรปอาจกระทบคำสั่งซื้อ การนำเข้าเครื่องจักร ชิ้นส่วนอะไหล่ และช่วงเวลาการลงทุนจากกลุ่มอุตสาหกรรมยุโรป
แนวทางที่ กนอ. ควรดำเนินการ:
- พิจารณาเฝ้าระวังการเปิดรับของผู้เช่าเกี่ยวกับดีเซล ต้นทุนไฟฟ้าที่เชื่อมกับ LNG เส้นทางทะเลแดง และโลจิสติกส์ที่มุ่งไปยุโรปอย่างใกล้ชิด
- เตรียมความพร้อมเชิงยุทธศาสตร์รวมทั้งการติดตามสถานการณ์ตามสถาณการณ์เพื่อประเมินการส่งผ่านต้นทุนพลังงานสู่ค่าสาธารณูปโภคของ estate และต้นทุนการดำเนินการของผู้ผลิต
- ใช้การสื่อสารด้านการอำนวยความสะดวกการลงทุนเพื่อวางตำแหน่งไทยเป็นฐานการผลิตในอาเซียนที่มั่นคงท่ามกลางการแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์
- จุดที่ต้องประสานติดตามรวมถึงเวลานำการขนส่ง เบี้ยประกัน เงื่อนไขการจัดหาพลังงาน และการเปิดรับตลาดส่งออกของผู้เช่า
ระยะเวลาผลกระทบ:
ทันที
ระดับความเสี่ยง:
สูง
ประเด็นที่ควรติดตาม:
- ตัวชี้วัดการหยุดชะงักที่ช่องแคบฮอร์มุซและ Bab el-Mandeb
- การเคลื่อนไหวของราคา Brent, ดีเซล และ LNG
- เบี้ยประกันการเดินเรือและค่าระวาง
- ปัญหาการหยุดผลิตของโรงกลั่นรัสเซียและการหยุดชะงักในทะเลดำ
- สัญญาณ Article 4 / Article 5 ของ NATO
- ความต้องการอุตสาหกรรมยุโรปและสภาพการจัดหาเครื่องจักร
อ้างอิง:
NATO
https://www.nato.int/en/news-and-events/articles/news/2026/09/19/nato-chiefs-of-defence-in-copenhagen-met-for-the-military-committee-conference
CNBC
https://www.cnbc.com/2026/09/20/us-middle-east-travel-warning-iran-war-hormuz.html
Oilprice.com
https://oilprice.com/Latest-Energy-News/World-News/Oil-Prices-Slide-as-Traders-Bet-on-Iran-Diplomacy.html
New York Times
https://www.nytimes.com/2026/09/20/world/europe/moscow-russia-ukraine.html
ประเด็นหลัก 2
PDP 2026, Data Centers และ Industrial AI สร้างความท้าทายใหม่ด้านความสามารถในการแข่งขันของสาธารณูปโภค
การประเมินเชิงยุทธศาสตร์:
การวางแผนไฟฟ้าของไทยกำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญของความสามารถในการแข่งขันอุตสาหกรรม PDP 2026 ถูกตั้งคำถามเนื่องจากภาระโหลดขนาดใหญ่ในอนาคตจาก data centers, AI workloads และ advanced manufacturing ยังไม่แน่นอน ความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์มีสองด้าน: การลงทุนต่ำเกินไปอาจจำกัด data centers และอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ขณะที่การลงทุนมากเกินไปอาจฝังต้นทุนระบบส่วนเกินสู่ค่าไฟฟ้าอุตสาหกรรม การถกเถียงจึงขยับจากกำลังการผลิตไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวไปสู่ต้นทุนระบบรวม การเข้าถึง clean-energy ความยืดหยุ่นของ grid และการจัดสรรต้นทุนที่เป็นธรรมสำหรับความต้องการใหม่
สัญญาณสำคัญจากข่าว:
- ร่าง PDP 2026 ยังคงวางก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลักของการผลิตไฟฟ้าของไทย ประมาณ 61% ของส่วนผสมกำลังการผลิต
- สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเตือนให้ระวังการล็อกกำลังการผลิตใหม่ประมาณ 50,900 MW ภายใต้ PDP 2026 ก่อนเวลาอันควร
- FTI เสนอให้ถือช่วงปี 2026–2037 เป็นแพลตฟอร์มเปลี่ยนผ่านโดยใช้หมวด Committed, No-Regret และ Conditional Investment
- FTI เน้นความไม่แน่นอนเกี่ยวกับความต้องการจริงจาก data centers, ราคาน้ำมันก๊าซ/LNG, ต้นทุน BESS, ความพร้อมของ CCS และ SMR
- สมมติฐานอัตราค่าไฟฟ้าที่จำลองไว้ประมาณ 3.83–3.89 บาทต่อหน่วย ถูกชี้ว่าไม่เท่ากับอัตรารับประกันในอนาคตเพราะต้องรวมค่าใช้จ่ายของ BESS, smart grid, การส่งจ่าย, กำลังสำรอง และต้นทุนความมั่นคงของระบบ
- FTI เรียกร้องกฎชัดเจนเรื่อง Direct PPA, Third Party Access และ Wheeling Charge โดยการเข้าถึงไม่ควรจำกัดเฉพาะ data centers หรือบริษัทขนาดใหญ่เท่านั้น
- Data centers สร้างมูลค่าเมื่อกำลังประมวลผลเชื่อมโยงกับกรณีการใช้งาน Industrial AI เช่น การวิเคราะห์การผลิต การตรวจสอบคุณภาพ การพยากรณ์ การเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักร ระบบ automation และการสนับสนุนการตัดสินใจ
- สื่อภายในประเทศเน้นความจำเป็นของการเติบโต AI ที่มีกฎเกณฑ์และการใช้ AI อย่างสมดุลในภาคการผลิต
ผลกระทบต่อ กนอ.:
- Data centers และโรงงานที่ใช้ Industrial AI จะเพิ่มความต้องการไฟฟ้า ความเย็น การเชื่อมต่อไฟเบอร์ และการเข้าถึง clean-energy ใน industrial estates
- การออกแบบอัตราค่าไฟฟ้าจะมีผลต่อความน่าสนใจของไทยเมื่อเทียบกับทำเลคู่แข่งในอาเซียนสำหรับ data centers, electronics, semiconductor และ advanced manufacturing
- Direct PPA, wheeling และกฎการจัดหา clean-energy กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการลงทุน ไม่ใช่เพียงนโยบายพลังงาน
- การนำ Industrial AI มาใช้สามารถเพิ่มผลิตภาพให้ผู้เช่า แต่ก็เพิ่มข้อกำหนดด้าน cybersecurity, การกำกับดูแลข้อมูล และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
แนวทางที่ กนอ. ควรดำเนินการ:
- พิจารณาการทำแผนที่ความพร้อมของ estate สำหรับอุตสาหกรรมที่ใช้โหลดสูง รวมทั้งความสามารถกริด ความซ้ำซ้อน น้ำหล่อเย็น การเชื่อมต่อไฟเบอร์ และทางเลือกการจัดหา clean-energy
- ประสานเชิงยุทธศาสตร์กับหน่วยงานพลังงานในเรื่องการจัดสรรโหลดจาก data center และ AI โดยไม่ทำให้ผู้ใช้พลังงานอุตสาหกรรมเดิมและ SME เสียเปรียบ
- ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมระบบนิเวศ Industrial AI รวมถึงการเชื่อมต่อ data centers, cloud providers, system integrators, automation firms และผู้เช่าฝั่งการผลิต
- ให้ติดตามความเคลื่อนไหวของ Direct PPA, Third Party Access, wheeling charges และสมมติฐานต้นทุนระบบรวมภายใต้ PDP 2026
ระยะเวลาผลกระทบ:
ระยะสั้นถึงระยะยาว
ระดับความเสี่ยง:
สูง
ประเด็นที่ควรติดตาม:
- โครงสร้างกำลังการผลิตสุดท้ายของ PDP 2026
- ข้อตกลงโหลดจริงจาก data centers
- สมมติฐานราคาก๊าซและ LNG
- ทิศทางต้นทุน BESS
- กฎ Direct PPA, TPA และ wheeling charge
- การนำ Industrial AI และความต้องการด้าน cybersecurity
- การจัดสรรต้นทุนที่เป็นธรรมสำหรับโหลดขนาดใหญ่ใหม่
อ้างอิง:
Thansettakij
https://www.thansettakij.com/economy/energy/669430
Thansettakij
https://www.thansettakij.com/economy/energy/669416
Bangkok Post
https://www.bangkokpost.com/business/general/3323354/ai-growth-with-guardrails
Bangkok Post
https://www.bangkokpost.com/business/general/3323289/fti-advisor-urges-balanced-use-of-ai
ประเด็นหลัก 3
ฐานการผลิตของไทยกำลังเปลี่ยนสู่ EV, PCB, semiconductor, battery และห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวกับ AI
การประเมินเชิงยุทธศาสตร์:
โครงสร้างอุตสาหกรรมไทยดูจะเปลี่ยนเร็วกว่าตัวชี้วัดทางการที่บันทึกไว้ การปรับ MPI มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์เพราะยอมรับว่าโรงงานใหม่ในกลุ่ม EV, PCB, semiconductor, battery และชิ้นส่วนที่เกี่ยวกับ AI อาจถูกนับต่ำกว่าความเป็นจริงในสถิติการผลิตแบบดั้งเดิม สิ่งนี้มีผลต่อการออกแบบนโยบาย การวางแผน estate การกำหนดเป้าหมายการลงทุน และความน่าเชื่อถือของไทยในฐานะฐานการผลิตเทคโนโลยี พร้อมกันนั้น ความก้าวหน้าใน advanced semiconductor packaging แสดงว่าเงินลงทุนด้าน semiconductor ในอนาคตจะต้องการโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมที่มีข้อกำหนดสูงขึ้น
สัญญาณสำคัญจากข่าว:
- สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมของไทยเป้าหมายจะเสร็จสิ้นการปรับปรุง MPI ภายในกันยายน 2026
- MPI ที่ปรับปรุงจะเพิ่มประมาณ 3–4 ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ใหม่และนำข้อมูลจากโรงงานที่ตั้งขึ้นใหม่เข้ามา
- หมวดอุตสาหกรรมใหม่ที่จะถูกรวมได้แก่ EV, PCB, semiconductor, battery และชิ้นส่วน supply-chain ที่เกี่ยวกับ AI
- หมวดที่เคยถูกละไว้บางรายการ เช่น ส่วนประกอบการส่งข้อมูลแบบออปติคัล อาจมีมูลค่าการผลิตและส่งออกในระดับหลายร้อยพันล้านบาทต่อปี
- การปรับจะพิจารณาการปรับน้ำหนักของอุตสาหกรรมเดิม เช่น ยานยนต์ เพื่อสะท้อนโครงสร้างการผลิตปัจจุบัน
- รายงานระบุว่า Onsemi กำลังรวมชิปเข้ากับ wafer เพื่อลดการประกอบโมดูลพลังงาน สะท้อนการเปลี่ยนไปสู่การรวมระดับ wafer
- Nordson เปิดตัวผลิตภัณฑ์ Vantage XL เพื่อตอบสนองความต้องการใน advanced semiconductor packaging
ผลกระทบต่อ กนอ.:
- ความต้องการพื้นที่ใน industrial estate อาจเปลี่ยนมาจากผู้ผลิตยานยนต์แบบดั้งเดิมไปสู่ผู้ผลิตอิเล็กทรอนิกส์, PCB, ส่วนประกอบแบตเตอรี่, ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ semiconductor และ supply-chain ของ AI มากขึ้น
- การบรรจุชิปและอิเล็กทรอนิกส์ระดับสูงต้องการไฟฟ้าที่เชื่อถือได้ น้ำ ระบบ cleanroom ที่สอดคล้อง อาคารที่รองรับการผลิตสะอาด โลจิสติกส์ความแม่นยำ การบำบัดน้ำเสีย และระบบแรงงานที่มีทักษะ
- ข้อมูลอุตสาหกรรมที่ดีกว่าจะช่วยปรับปรุงการวางแผนระดับ estate สำหรับสาธารณูปโภค การใช้ที่ดิน การจัดโซนนิ่ง การกำหนดเป้าผู้เช่า และการพัฒนา cluster
- การยอมรับการผลิตที่เกี่ยวกับ AI และ semiconductor ช่วยเสริมเหตุผลของไทยในการดึง FDI เชิงกลยุทธ์ให้มาสู่ supply chains ด้านเทคโนโลยี
แนวทางที่ กนอ. ควรดำเนินการ:
- พิจารณาปรับการพัฒนา estate และการตลาดให้สอดคล้องกับโครงสร้างอุตสาหกรรมที่ปรับปรุงแล้วเมื่อหมวด MPI ใหม่ได้รับการยืนยัน
- พิจารณาความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ไฟฟ้าที่มีความน่าเชื่อถือสูง การบำบัดน้ำเสียขั้นสูง โซนการผลิตสะอาด โลจิสติกส์ความแม่นยำ และการจัดกลุ่มซัพพลายเออร์
- การอำนวยความสะดวกการลงทุนอาจมุ่งเป้าไปที่ PCB, power electronics, ส่วนประกอบแบตเตอรี่, องค์ประกอบข้อมูลออปติคัล, การสนับสนุน chip packaging และผู้จำหน่ายระบบอัตโนมัติ
- ติดตามว่าข้อมูล MPI ใหม่จะเปลี่ยนการรับรู้เรื่องอัตราการใช้กำลังการผลิต การเชื่อมโยงการผลิตกับการส่งออก และความต้องการที่ดินเฉพาะภาคหรือไม่
ระยะเวลาผลกระทบ:
ระยะใกล้
ระดับความเสี่ยง:
ปานกลาง
ประเด็นที่ควรติดตาม:
- การปรับ MPI สุดท้ายภายในกันยายน 2026
- หมวดอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ที่ถูกเพิ่มเข้า MPI
- ข้อมูลโรงงานในกลุ่ม EV, PCB, semiconductor, battery และ supply-chain ที่เกี่ยวกับ AI
- แนวโน้มอุปกรณ์สำหรับ semiconductor packaging และ wafer-level integration
- ความต้องการระดับ estate จากผู้เช่าอิเล็กทรอนิกส์และการผลิตขั้นสูง
อ้างอิง:
Bangkokbiznews
https://www.bangkokbiznews.com/economics/1252734
The Elec
https://news.google.com/rss/articles/CBMiZ0FVX3lxTE4wMTNVbkx2QXJoM0k2S0FZSnUzcU9sUFE1MGd2M1RMRXFQV19BLW53aEhXd2pQRHZVUmJwbENzRUdndG9OMmZvZkRtX0JsNHgzV0lqNW9tRXE4eWk5QUIzVkNqVHJYekE?oc=5
Yahoo Finance
https://news.google.com/rss/articles/CBMingFBVV95cUxQNTI0N1RYdFBROTVZTGI1ODh1TWFjNC1nWGtpYTdvSmhCcEVwSjhRSWxSVDZSai13NnRXeFhmM0FVMFFPYjhLYm1DOFFra3BMSkpRU1BBUWFHRjFLazNlWGhpaDI0bml6NUJhQkZqM3AwazFnQjlBSklxSEVXekFhRVJWRmQtM2ItV0FNeURTVl9kc01ZdkppdGJkQ2hPQQ?oc=5
ประเด็นหลัก 4
การขยายตัวของ Solar Rooftop เปิดโปงการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทาน clean-energy และความจำเป็นโครงสร้างพื้นฐานรีไซเคิลในอนาคต
การประเมินเชิงยุทธศาสตร์:
นโยบายโซลาร์บนหลังคาของไทยสร้างความต้องการอุปกรณ์ clean-energy อย่างรวดเร็ว แต่การจัดหาในปัจจุบันพึ่งพาการนำเข้าอย่างมาก โดยเฉพาะจากจีน คำถามด้านความสามารถในการแข่งขันถัดไปคือไทยจะสามารถสกัดมูลค่าในประเทศมากขึ้นสำหรับการประกอบแผง การผลิตอินเวอร์เตอร์, BESS, smart meters, การติดตั้ง การบำรุงรักษา และการรีไซเคิลแผงในอนาคตหรือไม่ สำหรับ กนอ. นี่ไม่ใช่แค่ประเด็นการเปลี่ยนผ่านพลังงาน แต่เป็นโอกาสด้านโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจหมุนเวียนของ estate
สัญญาณสำคัญจากข่าว:
- ในเจ็ดเดือนแรกของปี 2026 ไทยนำเข้าแผงโซลาร์มูลค่าประมาณ 14,934 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 88.7% เมื่อเทียบปีต่อปี
- จีนคิดเป็น 99.3% ของการนำเข้าแผงโซลาร์ของไทย มูลค่าประมาณ 14,836 ล้านบาท
- การนำเข้าแผงจากจีนเพิ่มขึ้น 107.1% เมื่อเทียบปีต่อปี
- รัฐบาลเตรียมสนับสนุนประมาณ 50,000 บาทต่อครัวเรือนสำหรับการติดตั้งโซลาร์บนหลังคา
- เป้าหมายเริ่มต้นคือ 1 ล้านครัวเรือน โดยอาจขยายเป็น 1.5 ล้านครัวเรือน
- การลงทะเบียนคาดว่าจะเปิดตั้งแต่กลางตุลาคม 2026 และดำเนินไปจนถึงสิ้นปี 2027
- หน่วยงานกำลังหารือมาตรการ BOI เพื่อปรับลดอากรขาเข้าในวัตถุดิบบางประเภทที่ยังไม่ผลิตในประเทศ โดยมีเป้าหมายช่วยให้โรงงานในประเทศประมาณ 7–8 แห่งกลับมาผลิตได้อย่างแข่งขันได้
- รายงานภายในประเทศยังระบุว่า CP Foton กำลังศึกษาการพัฒนา EV truck สำหรับโลจิสติกส์สีเขียว สะท้อนการใช้อิเล็กทรอนิกส์ไฟฟ้าในภาคขนส่งและโลจิสติกส์อุตสาหกรรมที่กว้างขึ้น
ผลกระทบต่อ กนอ.:
- การติดตั้งโซลาร์บนหลังคาในระดับใหญ่จะสร้างความต้องการ cluster อุตสาหกรรมสำหรับแผง อินเวอร์เตอร์ BESS smart meters อุปกรณ์ไฟฟ้า การติดตั้ง และบริการ O&M
- การรวมการนำเข้าจานผลิตจากประเทศเดียวสร้างการเปิดเผยในห่วงโซ่อุปทานและจำกัดการจับมูลค่าการผลิตในประเทศจากการเปลี่ยนผ่านสู่ clean-energy
- การขยายสู่ 1–1.5 ล้านครัวเรือนบ่งชี้ว่าจะมีคลื่นการเปลี่ยนแปลงและการกำจัดแผงโซลาร์ในอนาคต จึงต้องวางแผนล่วงหน้าสำหรับการรีไซเคิล PV การจัดการของเสียอันตราย และการกู้คืนวัสดุ
- Industrial estates อาจเป็นทำเลที่เหมาะสมสำหรับการผลิต อะไหล่ การซ่อมแซม การปรับสภาพใหม่ และคลัสเตอร์กระบวนการเศรษฐกิจหมุนเวียน หากการจัดโซน การควบคุมสิ่งแวดล้อม และโลจิสติกส์ได้รับการเตรียม
แนวทางที่ กนอ. ควรดำเนินการ:
- พิจารณาประเมินความเหมาะสมของ estate สำหรับผู้ผลิตแผง อินเวอร์เตอร์ BESS smart meter และ power-electronics
- การเตรียมโครงสร้างพื้นฐานเชิงวงจรอาจรวมถึงการรีไซเคิลแผง PV ในอนาคต การจัดการ e-waste การกู้คืนวัสดุที่เกี่ยวกับแบตเตอรี่ และความสามารถในการจัดการของเสียอันตราย
- พื้นที่สนใจอาจรวมการจัดโซนที่ดินสำหรับคลัสเตอร์รีไซเคิล ระบบการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม และความร่วมมือกับ BOI และหน่วยงานพลังงานเพื่อดึงการลงทุนในห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ
- ประเด็นติดตามหลักได้แก่ การรวมตัวของการนำเข้า แผนการเริ่มโรงงานภายในประเทศ และขนาด/ช่วงเวลาการปลดระเบียนแผงโซลาร์ในอนาคต
ระยะเวลาผลกระทบ:
ระยะสั้นถึงระยะยาว
ระดับความเสี่ยง:
ปานกลาง
ประเด็นที่ควรติดตาม:
- การนำเข้าแผงโซลาร์และสัดส่วนการนำเข้าจากจีน
- การลงทะเบียนโซลาร์บนหลังคาที่เริ่มตั้งแต่กลางตุลาคม 2026
- มาตรการอากรวัตถุดิบของ BOI
- ความสามารถการผลิตแผง อินเวอร์เตอร์ BESS และ smart meter ในประเทศ
- ปริมาณของเสีย PV ในอนาคตและความสนใจลงทุนด้านรีไซเคิล
- การนำ EV มาใช้ในระบบโลจิสติกส์และความต้องการโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ
อ้างอิง:
Bangkokbiznews
https://www.bangkokbiznews.com/economics/1252744
Prachachat
https://www.prachachat.net/automotive/ev/news-2069248
ประเด็นหลัก 5
การปรับเขตการค้าและแรงกดดันด้านต้นทุนหนุนการวางตำแหน่ง China+1 และการผลิตในอาเซียนของไทย
การประเมินเชิงยุทธศาสตร์:
แรงกดดันด้านการค้าและต้นทุนการดำเนินงานระดับโลกหนุนการกระจายห่วงโซ่อุปทานเข้าสู่อาเซียน ความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่แน่นแฟ้นขึ้นระหว่างอาเซียน–ญี่ปุ่นและความคืบหน้าในการจัดเตรียมข้อตกลงอากรของสหรัฐฯ อาจปรับปรุงความแน่นอนการส่งออกของไทย ขณะที่ภาษีเชิงพาณิชย์ ราคาน้ำมัน และอัตราดอกเบี้ยกดดันผู้ผลิตในตลาดหลัก โอกาสของไทยคือเปลี่ยนความไม่แน่นอนนี้ให้เป็นแรงดึงดูดการลงทุน โดยเฉพาะจากญี่ปุ่น อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ EV และ supply chains ของ advanced manufacturing
สัญญาณสำคัญจากข่าว:
- รัฐมนตรีการค้าญี่ปุ่นและอาเซียนตกลงมุ่งหน้าสู่ความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่แน่นแฟ้นขึ้น
- รายงานสื่อภายในประเทศระบุว่าข้อตกลงอากรของสหรัฐฯ กำลัง “เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง” ซึ่งมีผลต่อความแน่นอนการส่งออกและการวางแผนของนักลงทุน
- CNBC รายงานว่าภาษี ขึ้นราคาน้ำมัน และอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น กำลังกดดันบริษัทอเมริกัน
- ข้อมูลด้าน supply-chain ชี้ว่าแรงกดดันด้านต้นทุนในตลาดหลักอาจสนับสนุนยุทธศาสตร์ย้ายฐานและกระจายการผลิตมาสู่อาเซียน
- ความผันผวนด้านพลังงานและค่าระวางจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์อาจมีผลต่อการตัดสินใจเรื่องที่ตั้งสำหรับผู้ผลิตที่มุ่งส่งออกและแสวงหาฐานการผลิตที่เสถียร
ผลกระทบต่อ กนอ.:
- ความร่วมมือทางการค้าระหว่างอาเซียน–ญี่ปุ่นที่ดีขึ้นสามารถหนุน cluster การผลิตของญี่ปุ่นซึ่งฝังตัวใน industrial estates ของไทยอยู่แล้ว
- ความชัดเจนเรื่องอากรกับสหรัฐฯ จะช่วยการวางแผนของผู้เช่าที่มุ่งส่งออกในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ ชิ้นส่วน และเครื่องจักร
- แรงกดดันด้านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในห่วงโซ่อุปทานที่เชื่อมกับสหรัฐฯ และจีน อาจเพิ่มความสนใจของนักลงทุนให้เลือกไทยเป็นฐาน China+1 และฐานกระจายความเสี่ยง
- ประสิทธิภาพโลจิสติกส์ การอำนวยความสะดวกศุลกากร ความน่าเชื่อถือของสาธารณูปโภค และความหนาแน่นของเครือข่ายซัพพลายเออร์จะเป็นปัจจัยเปรียบเทียบสำคัญเมื่อเทียบกับเวียดนาม อินโดนีเซีย และมาเลเซีย
แนวทางที่ กนอ. ควรดำเนินการ:
- พิจารณาขัดเกลา positioning การลงทุนเฉพาะภาคสำหรับนักลงทุนญี่ปุ่น อิเล็กทรอนิกส์ การเปลี่ยนผ่านยานยนต์ และผู้ลงทุนสต๊อกชิ้นส่วน EV และการผลิตขั้นสูง
- ให้ความสำคัญกับความสามารถในการแข่งขันของ estate โดยยกระดับการเชื่อมต่อโลจิสติกส์ สาธารณูปโภคที่เชื่อถือได้ การอำนวยความสะดวกศุลกากร/การส่งออก และความลึกของเครือข่ายผู้จำหน่าย
- ประสานเชิงกลยุทธ์กับ BOI และหน่วยงานการค้าสำหรับการปรับข้อเสนอของ estate ให้สอดคล้องกับเงื่อนไขภาษีและข้อตกลงทางการค้าที่กำลังเกิดขึ้น
- ติดตามภาคที่มีแนวโน้มย้ายฐานการผลิตตามผลลัพธ์ด้านอากรและแรงกดดันต้นทุน
ระยะเวลาผลกระทบ:
ระยะใกล้
ระดับความเสี่ยง:
ปานกลาง
ประเด็นที่ควรติดตาม:
- การดำเนินการความร่วมมือทางเศรษฐกิจอาเซียน–ญี่ปุ่น
- เงื่อนไขอากรสุดท้ายของสหรัฐฯ ที่มีผลต่อการส่งออกของไทย
- การประกาศย้ายฐาน China+1 และการย้ายไปอาเซียน
- ผลกระทบของราคาพลังงาน ค่าระวาง และอัตราดอกเบี้ยต่อผู้ผลิต
- การเปรียบเทียบบริการและต้นทุนของไทยกับเวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซีย
อ้างอิง:
Bangkok Post
https://www.bangkokpost.com/business/general/3323405/japan-asean-trade-ministers-agree-to-pursue-stronger-economic-partnership
Bangkok Post
https://www.bangkokpost.com/thailand/general/3323029/us-tariff-deal-taking-shape
CNBC
https://www.cnbc.com/2026/09/20/tariffs-fuel-prices-and-interest-rates-squeeze-us-companies.html